เรื่องน่ารู้ก่อนตัดสินใจใช้ยารักษาสิว ไอโซเทรทริโนอิน (Isotretinoin)

ไอโซเทรทริโนอิน  — สิว… อาจเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่คงไม่มีใครอยากให้เรื่องธรรมชาตินี้เกิดขึ้นกับตัวเองใช่ไหมคะ เพราะถ้าสิวอยู่กับขึ้นที่หน้าเราแค่เม็ดเดียว แต่อาจทำให้เสียความมั่นใจไปหลายวัน

สิว (Acne vulgaris) เกิดจากการอักเสบของหน่วยรูขุมขนและต่อมไขมัน (Pilosebaceous unit) โดยมากมักเป็นบริเวณหน้า ลำคอและลําตัวส่วนบน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีต่อมไขมันขนาดใหญ่อยู่หนาแน่น มักพบในวัยรุ่น แต่บางคนอาจเป็นๆหายๆจนอายุเลย 40 ปีก็มี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดสิวนั่นเองค่ะ

สาเหตุการเกิดสิว

สาเหตุของการเกิดสิวมีหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่

การแบ่งตัวของผิวหนังชั้น Stratum Corneum มากเกินไป (Hyperkeratinization) การอักเสบที่สัมพันธ์กับเชื้อแบคทีเรียชนิด Pro Pionibacterium Acnes (P.Acnes) การขับของซีบัม (Sebum) หรือไขมันที่มากเกินไปร่วมกับการอุดตันของเซลล์ผิวหนังชั้นบนสุด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทั้งระดับฮอร์โมนแอนโดรเจนซึ่งจะมีระดับสูงในช่วงวัยรุ่น โดยเฉพาะเพศชาย ทําให้เราพบสิวในช่วงอายุนี้มากกว่าช่วงอายุอื่นๆ และระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่มักจะเพิ่มสูงขึ้น ในช่วงก่อนมีประจำเดือน ทําให้มีการบวมของรูขุมขน และการคั่งของน้ำในร่างกาย ทำให้ผู้หญิงบางรายสิวเห่อขึ้นได้ในช่วงนี้

ระดับความรุนแรงของสิว

สิว มักแสดงออกมาทั้งในรูปสิวหัวเปิด (Open comedones) หรือสิวหัวปิด (Closed Comedones) รวมถึงการอักเสบของผิวหนังที่มีลักษณะเป็นผื่นนูน (Papules) ตุ่มหนอง (Pustules) ตุ่มใหญ่หรือสิวหัวช้าง (Nodules หรือ Cysts)โดยการแบ่งความรุนแรง นิยมใช้วิธีการนับจำนวนสิวร่วมกับการดูชนิดของสิว ดังนี้

  • สิวเล็กน้อย (Mild acne) มีหัวสิวไม่อักเสบ (Comedones )เป็นส่วนใหญ่ หรือมีสิวอักเสบ (Papules และ pustules) ไม่เกิน 10 จุด
  • สิวปานกลาง (Moderate acne) มี Papules และ Pustules ขนาดเล็กจํานวนมากกว่า 10 จุดและ/หรือ มี Nodule น้อยกว่า 5 จุด
  • สิวรุนแรง (Severe) มี Papules และ Pustules มากมาย มี Nodules หรือ Cysst เป็นจํานวนมาก หรือมี Nodule อักเสบอยู่นานและกลับเป็นซ้ำหรือมีหนองไหลร่วมด้วย

การรักษาสิว

จากแนวทางการรักษาสิวด้วยยาของสมาคมแพทย์ผิวหนังสหรัฐอเมริกา (American Academy of Dermatology) ได้มีแนวทางในการรักษาสิว โดยแบ่งตามความรุนแรงของสิว ดังตารางต่อไปนี้

จากตารางแนวทางการรักษาสิวด้วยยาด้านบน หลายคนน่าจะพอเข้าใจบ้างแล้วว่า สิวที่ขึ้นอยู่บนใบหน้าเราตอนนี้ อยู่ในระดับความรุนแรงใด และควรรักษาด้วยยาประเภทไหน

แต่ปัจจุบันได้มีหลายคนเข้าใจผิดว่า ถ้าอยากหายอย่างไว ต้องกินยารักษา และยาที่หลายคนชอบซื้อมากินเองนั้น ก็คือ “ยาไอโซเทรทริโนน” ซึ่งความจริงแล้ว ยานี้ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์  ไม่สามารถซื้อขายเองตามร้านค้า ร้านขายยา หรือแม้แต่สั่งซื้อออนไลน์ตามเว็บไซต์ต่างๆ ที่นิยมทำกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

เหตุผลที่ไม่ควรซื้อยา ไอโซเทรทริโนอิน มารับประทานเอง

ไอโซเทรทริโนอินมีผลทำให้เด็กทารกในครรภ์พิการแต่กำเนิดได้ และแม้ว่าเด็กทารกที่คลอดออกมาจะมีความปกติแต่ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะพบความบกพร่องทางสมองและเชาว์ปัญญาได้เช่นกัน ดังนั้น ผู้ที่ได้รับไอโซเทรทริโนอินจะต้องคุมกำเนิดก่อนรับประทานยาอย่างน้อย 3 เดือน และคุมกำเนิดตลอดระยะเวลาที่ใช้ยาตัวนี้ในการรักษา และต้องหยุดยาล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน ถึง 1 ปี ก่อนจึงจะตั้งครรภ์ได้อย่างปลอดภัย

หญิงให้นมบุตรไม่ควรรับประทานไอโซเทรทริโนอิน

ผู้รับประทานไอโซเทรทริโนอิน ต้องไม่บริจาคเลือดในระหว่างที่รับประทานยาและจนกระทั่งหลังจากหยุดรับประทานยา ไปแล้ว 1 เดือน

การรับประทานไอโซเทรทริโนอิน อาจทำให้ผิวหนังแห้ง ลอก และไวต่อแสง ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดด นอกจากนี้อาจมีอาการตาแห้ง ปากและคอแห้งได้เช่นกัน

การรับประทานไอโซเทรทริโนอิน อาจทำให้เกิดความบกพร่องในการได้ยิน หรือเกิดเสียงหวีดในหู(Tinnitus) ได้ ดังนั้นหากมีอาการเหล่านี้ควรรีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยด่วน

หลีกเลี่ยงการรับประทานไอโซเทรทริโนอิน ร่วมกับวิตามิน A, สมุนไพรชื่อ St. John’s Wort และยา Tetracycline

ไอโซเทรทริโนอินมีความเป็นพิษต่อตับ (Hepatotoxicity) ดังนั้นควรเข้ารับการตรวจค่าการทำงานของตับ (Liver Function Test) อยู่เสมอ หากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลืองควรหยุดยาและรีบมาพบแพทย์

การรับประทานยา Isotretinoin  อาจทำให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูง (Hyperlipidemia)โดยเฉพาะไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) ดังนั้นควรมีการตรวจระดับไขมันในเลือดอยู่เสมอในระหว่างที่รับประทานยา และหากไม่สามารถควบคุมระดับไขมันที่สูงขึ้นได้ ควรหยุดรับประทานยาและไปพบแพทย์

การรับประทานยาไอโซเทรทริโนอิน อาจทำให้เกิด Inflammatory Bowel Disease (IBD), ปวดกล้ามเนื้อ(Arthralgia), กล้ามเนื้อถูกทำลายอย่างรุนแรง (Rhabdomyolysis) ได้เช่นกัน

การรับประทานยาไอโซเทรทริโนอิน ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน (มากกว่า 6 เดือน) อาจทำให้ความหนาแน่นกระดูก (Bone Mineral Density) ลดลง และอาจทำให้เกิดภาวะกระดูกนุ่ม รวมถึงภาวะกระดูกพรุนอีกด้วย

พบการรายงานเกี่ยวกับความผิดปกติทางจิต เช่น ซึมเศร้า จิตเภท มีพฤติกรรมรุนแรง ก้าวร้าว มีความคิดหรือมีความพยายามในการฆ่าตัวตาย (พบได้แต่น้อยมาก) จากการรับประทานยาไอโซเทรทริโนน ดังนั้นผู้รับประทานยาควรได้รับการประเมินความผิดปกติทางด้านจิตใจก่อนการรับประทานยา และผู้รับประทานยาควรแจ้งแพทย์ทันทีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือพฤติกรรมที่ต่างไปจากเดิม

สิว เป็นเรื่องธรรมชาติที่อาจเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย และสามารถหายได้เช่นกัน แต่ต้องอาศัยเวลา และความอดทน พร้อมกับการดูแลรักษาความสะอาดของใบหน้า

ที่สำคัญหากเป็นสิวขั้นรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง ดีกว่าการซื้อยามารับประทานเองนะคะ เพราะนอกจากสิวจะไม่หายแล้ว อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้อีกด้วยค่ะ

เรียบเรียงโดย:  อยู่กับยา

แหล่งที่มา: เรื่องน่ารู้ก่อนตัดสินใจรับประทานยารักษาสิว Isotretinoin

ถามหมอ. (2561). ยา. วันที่เข้าถึง: 2 สิงหาคม 2561


บทความนี้ได้รับความอนุเคราะห์จาก เภสัชกรหญิง บุณฑริกา บุญไชยแสน ให้นำมาเผยแพร่บนเว็บไซต์ “ถามหมอ” ซึ่งเป็นเว็บไซต์ในเครือเดียวกันกับ บริษัท ไลฟ์ มีเดีย แอนด์ เซอร์วิสเซส จำกัด

ประวัติผู้เขียน

เภสัชกรหญิง บุณฑริกา บุญไชยแสน
ภญ. บุณฑริกา บุญไชยแสน

จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีสาขาบริบาลเภสัชกรรม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จบวุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญด้านบริบาลผู้ป่วยมะเร็ง และผู้ป่วยที่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด ปัจจุบันเป็นเภสัชกรและบรรณาธิการเว็บไซต์ “อยู่กับยา” (Live with Drug)

วณิชชา สุมานัส

บรรณาธิการบริหารเว็บไซต์ "เช็คสุขภาพ" และ "ถามหมอ" ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาพม่า ภาษาลาว ภาษาเวียดนาม ภาษาเขมร ภาษาอาหรับ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *